แผนยุทธศาสตร์โรงเรียนขนาดเล็ก (ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๓) กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มีเป้าหมาย ดังนี้
ระยะที่ ๑ (ตุลาคม ๒๕๕๐-กันยายน ๒๕๕๑)
จะพัฒนาระบบวางแผน ระบบการเรียนการสอน และทำความตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องมาตรฐาน หลักเกณฑ์ ระเบียบและแนวทางปฏิบัติ โดยจะนำร่องตามรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพใน ๑๗๕ สพท.(ยกเว้น กทม.) จำนวน ๘๐๐ โรง (สพท.ละ ๑-๓ แห่ง)
ระยะที่ ๒ (ตุลาคม ๒๕๕๑-กันยายน ๒๕๕๒)
จะนำร่องตามรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพใน ๑๗๕ สพท.(ยกเว้น กทม.) จำนวน ๑,๗๕๐ โรง (สพท.ละ ๑๐ โรง)
ระยะที่ ๓ (ตุลาคม ๒๕๕๒-กันยายน ๒๕๕๓)
จะขยายผลไปยัง ๑๗๕ สพท. ๆ ละ ๑ อำเภอ คาดว่าจะมีโรงเรียนขนาดเล็กเข้าร่วมโครงการ ๔,๐๐๐ โรง จากนั้นจะประมวลผลการดำเนินงาน เพื่อปรับยุทธศาสตร์และเสนอแผนดำเนินการสำหรับโรงเรียนที่เหลือเพื่อเสนอรัฐบาลต่อไป
ยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กจะประกอบด้วย ๔ ยุทธศาสตร์ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ
ประกอบด้วยการพัฒนาระบบวางแผนการจัดตั้งและพัฒนาโรงเรียนในแต่ละ สพท. การพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ การพัฒนาระบบบริหารจัดการสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน และการสร้างแรงจูงใจแก่ผู้บริหารและครูในโรงเรียนขนาดเล็ก
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพ
ประกอบด้วยการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก การพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนการผลิตและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอนการนิเทศ ติดตาม กำกับ และการวิจัยและพัฒนาสื่อ รองเลขาธิการ กพฐ. รับผิดชอบ
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เสริมสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งของโรงเรียน
ประกอบด้วยการจัดทำมาตรฐานโรงเรียนขนาดเล็ก การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เรียน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การจัดอัตรากำลังครู การพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ที่จำเป็น
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา
ประกอบด้วย การพัฒนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้ปกครองให้เข้มแข็ง การส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม การเตรียมความพร้อมในการมีส่วนร่วมการจัดให้มีระบบและกลไกในการระดมทรัพยากร และการวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม
บล็อกเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารผู้บริหารและครูโรงเรียนขนาดเล็ก สพท.สกลนคร เขต ๒
วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552
ยุทธศาสตร์โรงเรียนขนาดเล็ก ตามมคิ ครม.
เรื่อง แผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก
วันที่มีมติ 27-11-2550
ชุดของครม. ชุดของคณะรัฐมนตรี
เนื้อหา
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 2 ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม) เป็นประธาน ที่เห็นชอบในหลักการแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการรับประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ คณะที่ 2 และความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการด้วย
กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมีโรงเรียนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 32,288 โรง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ 120 คนลงมา) ถึง 12,828 โรง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 39.73 ของโรงเรียนทั้งหมด
โรงเรียนขนาดเล็กดังกล่าวส่วนใหญ่ประสบปัญหาคล้ายคลึงกันใน 4 ด้าน คือ
ด้านการบริหารจัดการ
ด้านการเรียนการสอน
ด้านความพร้อมทางปัจจัยของโรงเรียน และ
ด้านการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน
กระทรวงศึกษาธิการจึงได้พยายามแสวงหารูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำมาแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ยกร่างยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าประสงค์ที่จะวางแผนและบริหารจัดการเพื่อจำกัดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กให้ดำรงอยู่เฉพาะที่มีความจำเป็นและพัฒนาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 3 เสริมสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งของโรงเรียน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อได้ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ในแต่ละยุทธศาสตร์ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับก็คือ คุณภาพนักเรียนจะสูงขึ้นอันสืบเนื่องมาจากโรงเรียนมีความพร้อมด้านปัจจัย ผู้บริหารโรงเรียนและ ครูผู้สอนปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนขนาดเล็กจะเหลืออยู่ในระบบด้วยจำนวนที่เหมาะสมตามความจำเป็น และดำรงอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดการศึกษามากขึ้น
วันที่มีมติ 27-11-2550
ชุดของครม. ชุดของคณะรัฐมนตรี
เนื้อหา
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 2 ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม) เป็นประธาน ที่เห็นชอบในหลักการแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการรับประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ คณะที่ 2 และความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการด้วย
กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมีโรงเรียนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 32,288 โรง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ 120 คนลงมา) ถึง 12,828 โรง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 39.73 ของโรงเรียนทั้งหมด
โรงเรียนขนาดเล็กดังกล่าวส่วนใหญ่ประสบปัญหาคล้ายคลึงกันใน 4 ด้าน คือ
ด้านการบริหารจัดการ
ด้านการเรียนการสอน
ด้านความพร้อมทางปัจจัยของโรงเรียน และ
ด้านการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน
กระทรวงศึกษาธิการจึงได้พยายามแสวงหารูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำมาแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ยกร่างยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าประสงค์ที่จะวางแผนและบริหารจัดการเพื่อจำกัดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กให้ดำรงอยู่เฉพาะที่มีความจำเป็นและพัฒนาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบวางแผนและการบริหารจัดการ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและการประกันคุณภาพการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 3 เสริมสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งของโรงเรียน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อได้ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ในแต่ละยุทธศาสตร์ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับก็คือ คุณภาพนักเรียนจะสูงขึ้นอันสืบเนื่องมาจากโรงเรียนมีความพร้อมด้านปัจจัย ผู้บริหารโรงเรียนและ ครูผู้สอนปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนขนาดเล็กจะเหลืออยู่ในระบบด้วยจำนวนที่เหมาะสมตามความจำเป็น และดำรงอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดการศึกษามากขึ้น
วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552
สวัสดีปีใหม่ 2552
สวัสดีปีใหม่ 2552
Happy New Year 2009
สุข สดชื่น สมหวังดั่งใจ
แม้มวลหมู่ภัย อย่าได้กล้ำกลาย
ร่ำรวยเงินทองมากมาย
ตั้งแต่ปลาย 2551 ถึง ตลอดปี 2552
เป็นของทุกท่าน..เทอญ
Happy New Year 2009
สุข สดชื่น สมหวังดั่งใจ
แม้มวลหมู่ภัย อย่าได้กล้ำกลาย
ร่ำรวยเงินทองมากมาย
ตั้งแต่ปลาย 2551 ถึง ตลอดปี 2552
เป็นของทุกท่าน..เทอญ
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551
ผอ.เทวรัฐ มอบแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียนขนาดเล็ก
นายเทวรัฐ โตไทยยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนครเขต 2 ได้เป็นประธานและบรรยายพิเศษในการประชุมสัมมนาชมรมโรงเรียนขนาดเล็ก เมื่อวันที่ 26 สิงคม 2551 ณ โรงเรียนบ้านสรางขุ่ย อำเภอพังโคน จังหวัดสกลรนคร จัดโดยขมรมผู้บริหารโงเรียนขนาดเล็ก โดยการนำของนายจำลอง รัตนโกเศศ ประธานชมรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน และการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรมชุดใหม่ในปีบรืหาร 2551-2552 มีผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กของ สพท.สน 2 เข้าร่วมจำนวน 99 โรงเรียน และผู้บริหารศูนย์เครือข่าบที่ 7 และ 8 ร่วมประฃุมด้วย
นายเทวรัฐ โตไทยะ กล่าวถึงว่า
ปัญหาในการบริหารจัดการศึกษาโรงรียนโดยทั่วไป ได้แก่
1) ปัญหาด้านการบริหารจัดการ มี 2 ด้าน คือ (1) ด้านประสิทธิภาพ ที่ดูจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ ด้านเวลา ด้านการคุ้มค่าคุ้มทุน และด้านความพึงพอใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ (2) ด้านประสิทธิผล ดูจากการบรรลุป้าหมายและวัตถุประสงค์
2) ด้านการจัดการเรียนการสอน
3) การมีส่วนร่วมการดำเนินงาน
แนวทางในการดำเนินงาน คือ
1) การยุบ หรือยุบรวม เพื่อความคุ้มค่า ซึ่งอาจจะต้องดำเนินการจามความจำเป็นต่อไป
2) การพัฒนา โดยใช้ยุทศาสตร์การพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก พ.ศ. 2551- 2553 ที่ได้ร่วมกันจัดทำไว้ ซึ่งสอดรับกับยุทธ์ศาสตร์ สพฐ. 5 ด้าน คือ
กลยุทธ์ที่ 1 คุณธรรมนำความรู้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ
กลยุทธ์ที่ 2 การขยายโอกาสทางการศึกษาพื้นฐานอย่างกว้างขวางและทั่วถึง
กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
กลยุทธ์ที่ 4 การกระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่และสถานศึกษา
กลยุทธ์ที่ 5 ส่งเสริมการมีส่วนร่วม
3) แนวทางดำเนินงานของโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่
(1) ด้านการบริหารจัดการ ได้แก่ การจัดเขตบริการ การรวมกลุ่มเครือข่าย (Mapping) มีระบบข้อมูลสารสนเทศครูและผู้บริหาร เพื่อช่วยเหลือกัน พัฒนาระบบบริหารจัดการให้เหมาะกับธรรมชาติของแต่ละโรงเรียน ด้วยคำถามว่า
Where are we ?
Who is the best?
How did they do?
What can we do?
(2) การพัฒนาการเรียนการสอน ยึดหลักสูตรสถานศึกษา โดยระดับประถมศึกษาขอให้เน้นคุณภาพการเรียน 5 สาระหลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ
(3) การพัฒนาความเข้มแข็ง ในฐานะเป็นสถานศึกษานิติบุคคล ต้องสร้างความรู้ความสามารถของครู ความก้าวหน้าในวิชาชีพ ความมีศักยภาพและภาวะผู้นำของผู้บริหาร เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
(5) กามีส่วนรวมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
นายเทวรัฐ โตไทยะ กล่าวถึงว่า
ปัญหาในการบริหารจัดการศึกษาโรงรียนโดยทั่วไป ได้แก่
1) ปัญหาด้านการบริหารจัดการ มี 2 ด้าน คือ (1) ด้านประสิทธิภาพ ที่ดูจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ ด้านเวลา ด้านการคุ้มค่าคุ้มทุน และด้านความพึงพอใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ (2) ด้านประสิทธิผล ดูจากการบรรลุป้าหมายและวัตถุประสงค์
2) ด้านการจัดการเรียนการสอน
3) การมีส่วนร่วมการดำเนินงาน
แนวทางในการดำเนินงาน คือ
1) การยุบ หรือยุบรวม เพื่อความคุ้มค่า ซึ่งอาจจะต้องดำเนินการจามความจำเป็นต่อไป
2) การพัฒนา โดยใช้ยุทศาสตร์การพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก พ.ศ. 2551- 2553 ที่ได้ร่วมกันจัดทำไว้ ซึ่งสอดรับกับยุทธ์ศาสตร์ สพฐ. 5 ด้าน คือ
กลยุทธ์ที่ 1 คุณธรรมนำความรู้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ
กลยุทธ์ที่ 2 การขยายโอกาสทางการศึกษาพื้นฐานอย่างกว้างขวางและทั่วถึง
กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ
กลยุทธ์ที่ 4 การกระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่และสถานศึกษา
กลยุทธ์ที่ 5 ส่งเสริมการมีส่วนร่วม
3) แนวทางดำเนินงานของโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่
(1) ด้านการบริหารจัดการ ได้แก่ การจัดเขตบริการ การรวมกลุ่มเครือข่าย (Mapping) มีระบบข้อมูลสารสนเทศครูและผู้บริหาร เพื่อช่วยเหลือกัน พัฒนาระบบบริหารจัดการให้เหมาะกับธรรมชาติของแต่ละโรงเรียน ด้วยคำถามว่า
Where are we ?
Who is the best?
How did they do?
What can we do?
(2) การพัฒนาการเรียนการสอน ยึดหลักสูตรสถานศึกษา โดยระดับประถมศึกษาขอให้เน้นคุณภาพการเรียน 5 สาระหลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ
(3) การพัฒนาความเข้มแข็ง ในฐานะเป็นสถานศึกษานิติบุคคล ต้องสร้างความรู้ความสามารถของครู ความก้าวหน้าในวิชาชีพ ความมีศักยภาพและภาวะผู้นำของผู้บริหาร เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
(5) กามีส่วนรวมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551
ภาพ ผตร. ตรวจเยี่ยม
วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2551
การจัดการสอนแบบคละชั้น (Multigrade Teaching)
สพท,สน, ๒ จัดประชุมปฎิบัติการเพื่อจัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น สำหรับผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้นทั้งหมด จำนวน ๔๔ โรงเรียน และผู้บริหารและครูโรงเรียนต้นแบบ สพฐ. ทั้งหมด จำนวน ๔ โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนดงม่วงไข่ โรงเรียนบ้านนาเลา โรงเรียนบ้านสร้างขุ่ย และโรงเรียนบ้านโคกหนองกุง ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ณ ห้องอี-คลาสรูม โรงเรียนสว่างแดนดิน
ในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา ๒๕๕๑ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ เป็นต้นไป โดยใช้ดการเรียนรู้ของสำนังกานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีคุณสุดารัตน์ ศรีสำราญ เป็นคณะทำงานด้วย เป็นคู่มือในการสอน
การดำเนินการประชุม ดำเนินการโดย นางสาวสุดารัตน์ ศรีสำราญ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ นางสาวสมจิต นาสีแสน ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ และคณะผู้บริหารชมรมโรงเรียนขนาดเล็ก ประกอบด้วย นายจำลอง รัตนโกเศศ ผอ.โรงเรียนบ้านท่าลาด นายประสิทธิ์ จันทร์ไทย ผอ.โรงเรียนบ้านโคกหนองกุง ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ ปานดำรง ผอ.โรงเรียนบ้านนาเลา นายศิวกานต์ ไตรยงค์ ผอ.โรงเรียนบ้านสร้างขุ่ย นางมะลิวัลย์ เขื่อนศิริ ผอ.โรงเรียนดงม่วงไข่
การดำเนินการดังกล่าว เป็นการจัดการเรียนรการสอนไปพร้อมกับโรงเรียนต้นแบบเพื่อขจัดความเสี่ยงในการจัดการเรียนการสอนที่อาจเกิดในการบริหารการศึกษาให่สามารถดำเนินการตามแนวทางเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานต่อไป
วิบูลย์
ในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา ๒๕๕๑ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ เป็นต้นไป โดยใช้ดการเรียนรู้ของสำนังกานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีคุณสุดารัตน์ ศรีสำราญ เป็นคณะทำงานด้วย เป็นคู่มือในการสอน
การดำเนินการประชุม ดำเนินการโดย นางสาวสุดารัตน์ ศรีสำราญ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ นางสาวสมจิต นาสีแสน ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ และคณะผู้บริหารชมรมโรงเรียนขนาดเล็ก ประกอบด้วย นายจำลอง รัตนโกเศศ ผอ.โรงเรียนบ้านท่าลาด นายประสิทธิ์ จันทร์ไทย ผอ.โรงเรียนบ้านโคกหนองกุง ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ ปานดำรง ผอ.โรงเรียนบ้านนาเลา นายศิวกานต์ ไตรยงค์ ผอ.โรงเรียนบ้านสร้างขุ่ย นางมะลิวัลย์ เขื่อนศิริ ผอ.โรงเรียนดงม่วงไข่
การดำเนินการดังกล่าว เป็นการจัดการเรียนรการสอนไปพร้อมกับโรงเรียนต้นแบบเพื่อขจัดความเสี่ยงในการจัดการเรียนการสอนที่อาจเกิดในการบริหารการศึกษาให่สามารถดำเนินการตามแนวทางเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานต่อไป
วิบูลย์
วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
การตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
นางสาวอรวรรณ สุนทรชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการ ๑๑ และ ๑๓
กำหนดเดินทางมาตรวจราชการ ในวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๑.๓๐ น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต ๒ โดยมีเป้าหมายการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายรัฐบาล ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ งวดที่ ๒ ติดตามความก้าวหน้า (Progress Review) ดังนี้
๑. โครงการคุณธรรมนำความรู้
๒. โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก
ขอเรียนเชิญ ผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กเข้าร่วมรับและเสนอข้อมูลการดำเนินงาน ดังนี้
๑. ชมรมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานจำลอง รัตนโกเศศ ท่านประสิทธิ์ จันทร์ไทยเลขานุการ และกรรมการท่านอื่นที่สะดวก
๒. การนำเสนอผลงานของโรงเรียนเป้าหมาย คือ โรงเรียนบ้านนาเลา บ้านโคกหนองกุง บ้านดงม่วงไข บ้านสร้างขุ่ย แนวทางการนำเสนอคือ
๒.๑ แผนพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน
๒.๒ รูปแบบการจัดการเรียนรการสอนของโรงเรียน
๒.๓ การได้รับการสนับสนุนของโรงเรียน
๒.๔ ภาพและระดับความพึงพอใจของชุมชน
๒.๕ ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๐
โปรดพร้อมกันที่หมายเวลา ๐๘.๓๐ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง
วิบูลย์
กำหนดเดินทางมาตรวจราชการ ในวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๑.๓๐ น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต ๒ โดยมีเป้าหมายการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายรัฐบาล ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ งวดที่ ๒ ติดตามความก้าวหน้า (Progress Review) ดังนี้
๑. โครงการคุณธรรมนำความรู้
๒. โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก
ขอเรียนเชิญ ผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กเข้าร่วมรับและเสนอข้อมูลการดำเนินงาน ดังนี้
๑. ชมรมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานจำลอง รัตนโกเศศ ท่านประสิทธิ์ จันทร์ไทยเลขานุการ และกรรมการท่านอื่นที่สะดวก
๒. การนำเสนอผลงานของโรงเรียนเป้าหมาย คือ โรงเรียนบ้านนาเลา บ้านโคกหนองกุง บ้านดงม่วงไข บ้านสร้างขุ่ย แนวทางการนำเสนอคือ
๒.๑ แผนพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน
๒.๒ รูปแบบการจัดการเรียนรการสอนของโรงเรียน
๒.๓ การได้รับการสนับสนุนของโรงเรียน
๒.๔ ภาพและระดับความพึงพอใจของชุมชน
๒.๕ ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๐
โปรดพร้อมกันที่หมายเวลา ๐๘.๓๐ ด้วยจักขอบคุณยิ่ง
วิบูลย์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
